ลักษณะพิเศษ

3 เหตุผลที่อาแจ็กซ์จะคว้าแชมป์ยูโรปาลีก

สโบเบ็ต จากการฟันฝ่าศึกกันมานาน ก็ได้คู่ชิงที่สมน้ำสมเนื้อ

สโบเบ็ต ของคู่ชิงถ้วยรองเจ้าแห่งยุโรป “ยูโรปาลีก” โดยจะเป็นการพบกันระหว่างทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ

จะชิงแชมป์กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังของฮอลแลนด์ โดยจะแข่งขันกันใน วันพุธที่ 24 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ สนาม เฟรนด์ส อารีน่า กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ “นิวส์วีก” ชื่อว่า เท็ดดี้ คัตเลอร์ ได้วิเคราะห์ก่อนเกมส์จะว่า มี 3 เหตุผลที่ทีมดังแห่งฮอลแลนด์จะล้มทีมของ โชเซ่ มูริญโญ่ ได้และคว้าแชมป์ไปครอง โดยให้ 3 ข้อดังนี้

  1. แนวรุก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ กำลังท็อปฟอร์มสุดๆ นับตั้งแต่ที่ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เคยพาทีมอาแจ็กซ์ สามารถเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศในรายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2002-03
  2. หลังจากนั้นก็ยังหาแนวรุกที่ดีมาเทียบเคียงไม่ได้ จนในปีนี้ที่ดูร้อนแรงมาก ถึงกับสามารถเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีกได้ โดยแนวรุก อาแจ็กซ์ นั้น จะประกอบด้วย แคสเปอร์ คอลเบิร์ก
  3. กองหน้าดาวรุ่งชาวเดนมาร์ก ที่มีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น แต่โชว์ฟอร์ม เก่งสุดๆ ที่ยิงไปแล้วเกินกว่า 20 ประตู และยังมีปีกอีก 2 ข้าง อามิน ยูเนส และ เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ที่ยืมตัวมาจาก เซลซี ซึ่งทั้ง 2 คนก็กำลังโชว์ได้ดีมากในฤดูกาลนี้
  4. นอกจากนั้นไม่พอ ยังมีแผงมิดฟิลด์ที่เป็นตัวสร้างสรรค์เกมอย่าง ดาวี คลาสเซ่น และ ฮาคิม ซิเย็ค ที่พร้อมจะสร้างความปั่นป่วนให้กับ นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตลอดเวลา
  5. แผงหลังของปีศาจแดงมีปัญหา โดย โชเซ่ มูรินโญ่ จะไม่สามารถใช้งาน เอริก ไบยี่ ได้ เนื่องจากติดโทษแบน โดยเจ้าตัวถือว่าเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว โดยคาดกันว่า มูรินโญ่ จะใช้บริการของ
  6. ดาเล่ย์ บลินด์ เข้ามาเป็นเซนเตอร์แบ็ก ส่วนอีกคนนั้นจะมีอยู่ 2 คน ระหว่าง ฟิล โจนส์ และ คริส สอลลิ่ง โดยทั้ง 2 คนไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในซีซั่นนี้ได้เลย เนื่องจากการปัญหาการบาดเจ็บเรื้อรัง แถมทัศนคติก็ไม่ถูกกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วย
  7. ปอล ป็อกบา ไม่สามารถคุมเกมส์ไว้ได้ จะว่าเป็น ปอล ป็อกบา ก็เป็นนักเตะระดับโลก ที่มีค่าตัวแพงที่สุดระดับหนึ่งของโลก ณ ตอนนี้ ที่ 89 ล้านปอนด์ จากยูเวนตุส โดยเกมส์รอบชิงนั้น ปอล ป็อกบา ดาวเตะของทีมฝรั่งเศส อาจจะตัดสินเกมส์ได้เลยว่า
  8. ใครจะควบคุมแนวกลางเอาไว้ได้ โดยเจ้าตัวก็สามารถทำได้ 1 ประตูจากเกมส์นัดล่าสุด ที่เจอกับ คริสตัลพาเลท ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ ปอล ป็อกบา มั่นใจขึ้นไม่มากก็น้อย
  9. แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้ลงสนาม 2 นัด เพราะว่า คุณพ่อแท้ๆ ของเขาเสียชีวิต ซึ่งเจ้าตัวต้องเรียกฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ ในวันที่ 24 นี้ เพื่อจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสร คว้าแชมป์ ยูโรปาลีก ซึ่งปีศาจแดงยังไม่เคยได้ถ้วยนี้มาก่อนเลย
ลักษณะพิเศษ

อาซาร์ ลั่นคว้าแชมป์ลีกหุบปาก 3 แข้งไก่เดือยทอง บอลออนไลน์

บอลออนไลน์ หากกล่าวถึง เอเดน อาซาร์ เขาเกิดวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1991

บอลออนไลน์ ที่เมืองลาลูเวียร์ ประเทศเบลเยียม เริ่มต้นการค้าแข้งกับทีมในบ้านเกิด รอยัล สเตท เบรโนอิส ในปี 1998 ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเชลซี อาซาร์นั้นเติบโตมาในครอบครัวที่รักการเล่นฟุตบอล ทั้งพ่อและแม่ของเขาต่างเป็นนัก ฟุตบอลอาชีพ เขาเริ่มต้นการค้าแข้งกับทีมในบ้านเกิดคือรัวยาลสตาดแบรนัว (Royal Stade Brainois) ในปี ค.ศ. 1998 และฉายแววรุ่งออกมาจนไปเข้าตาลีล สโมสรดังในลีกเอิง จึงตัดสินใจรับเขามาร่วมทีมในปี ค.ศ. 2005   เมื่อมาอยู่กับลีลในฝรั่งเศส อาซาร์ก็ได้ไปเล่นชุดใหญ่อย่างรวดเร็วในปี ค.ศ. 2007 ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น ในฤดูกาล 2007/08 หรืออีก 2 ปีถัดมา เขาได้โอกาสลงเป็นตัวสำรองมากขึ้น ก่อนที่ฤดูกาลต่อมากองกลางวัยรุ่น จะแจ้งเกิดได้เต็มตัวโดยเป็นนักเตะตัวจริงสม่ำเสมอและทำให้อาซาร์ ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติและได้รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมในวัยแค่ 17 ปี

ฤดูกาล 2012-13 อาซาร์ ตัดสินใจย้ายมาหาความท้าทายใหม่ๆในพรีเมียร์ลีก ด้วยการลงเอยกับแชมป์ยุโรปอย่าง เชลซี พร้อมกับค่าตัวมหาศาล 32 ล้านปอนด์ (ราว 1600 ล้านบาท) บวกกับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 170000 ปอนด์ (8.5 ล้านบาทต่อสัปดาห์) โดยจะสวมหมายเลข 17 จากนั้นสาตาร์เบลเจี้ยนลงประเดิมสนามเกมแรกในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ ในการเจกับแมนฯ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก ก่อนจะพาต้นสังกัดใหม่พ่ายไป 2-3

เอเดน อาซาร์ ปีกดาวดังของเชลซี ให้สัมภาษณ์ว่าเขาต้องการที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้เร็วๆ เพื่อหุบปาก 3 แข้งเพื่อนร่วมทีมชาติ แต่ค้าแข้งให้กับคู่แข่งสำคัญในโค้งสุดท้ายอย่าง สเปอร์ส ให้เงียบลง

ซึ่งก่อนหน้านี้มีช่วงพักเบรกทีมชาติเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ทำให้ อาซาร์ ต้องคลุกคลีอยู่กับทั้ง โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเก้น และ มุสซ่า เดมเบเล่ ซึ่งพวกเขาพยายามพูดกับ อาซาร์ ในเรื่องของการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ลีกอย่างคึกคักตลอดเวลา​  “ผมต้องการนำ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาให้ได้เร็วๆ เพื่อที่จะได้ทำให้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แฟร์ตองเก้น, เดมเบเล่ เงียบลงได้เสียที เพราะเวลาอยู่ในแคมป์ทีมชาติพวกเขาพูดมากเกินไป” อาซาร์ กล่าวกลั้วรอยยิ้ม  “ตอนนี้ สเปอร์ส กำลังรอให้เราทำพลาดอยู่ แต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีก็แชมป์แน่นอน แต่ถึงยังไงก็ห้ามประมาทเด็ดขาด เพราะเกมฟุตบอลในอังกฤษ เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งทุกทีมสามารถฉกแต้มไปได้ทั้งหมดอยู่แล้ว”   “ตอนนี้เหลือแค่ 7 เกมให้เล่น ทุกคนต้องพร้อมอยู่ตลอดเวลาในทุกๆด้าน”

 …

ลักษณะพิเศษ

รือดิเกอร์แข้งใหม่ป้ายแดงของเชลซี แทงบอล

แทงบอล เชลซีประกาศคว้าตัวอันโตนิโอ รือดิเกอร์กองหลังทีมชาติเยอรมันของโรม่า

แทงบอล อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเซ็นสัญญายาว 5 ปีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดาวเตะ วัย 24 ปีเดินทางมาตรวจร่างกายกับเชลซีตั้ง แต่สัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสิงโตน้ำเงินครามตกลงค่าตัวกับโรม่าได้ที่ 34 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,500 ล้านบาท) ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวเซ็นสัญญาพร้อมชูเสื้อเปิดตัวอย่างเป็นทาง การแล้ว

ทั้งนี้รือเกอร์เป็นนักเตะใหม่คนที่สองของสิงโตน้ำเงินครามในช่วงซัมเมอร์นี้ ต่อจากวิลลี่ กาบาเยโร่นายทวารชาวอาร์เจนไตน์ ที่ย้ายมาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว รือดิเกอร์ปราการหลังป้ายแดงเชลซีเผยปลื้มสุด ๆ ที่ได้ย้ายมา เป็นพลพรรคสิงห์บลูส์ ชี้ไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสได้เล่นให้สโมสรใหญ่แบบนี้

อันโตนิโอ รือดิเกอร์เซ็นเตอร์แบ็คคนใหม่ของเชลซี สโมสรแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษเผยว่า ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น  สแตมฟอร์ดบริดจ์ เนื่องจากสิงห์บลูส์เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์กองหลังทีมชาติเยอรมนีของโรม่า

เข้ารับการตรวจร่าง กาย เพื่อย้ายซบเชลซี ที่ ลอสแอนเจลิสของสหรัฐอเมริกา รือดิเกอร์บินไปพักผ่อนในแดนลุงแซม หลังจากที่เพิ่ง เสร็จ สิ้น ภารกิจ รับใช้ทีมอินทรีเหล็กในศึกฟีฟ่าคอนเฟดเดอเรชั่นส์คัพที่รัสเซีย เมื่อช่วยให้ทีมเอาชนะชิลี 1-0 ที่พวกเขาคว้าแชมป์มาครองหมาด ๆ บอกตอนนี้ขอฉลองสุดเหวี่ยงก่อนจากนั้นค่อยว่ากัน

โดยคาดว่าเชลซีกับโรม่าได้ทำการตกลงกันได้แล้ว ทั้งนี้รือดิเกอร์ที่มีฟอร์มโดดเด่นกับโรม่า ที่จบซีซั่นล่าสุดในฐานะรองแชมป์เซเรียอา และ มีข่าวกับทีม ดัง ๆ อยู่หลายทีมด้วยกัน เช่นมีข่าวกับแมนเชสเตอร์ซิตี้, เชลซีรวมถึงอินเตอร์มิลานที่มีนายเก่าลูซาโน่ สปัลเลตติกุมบังเหียนอยู่ด้วย

แต่สื่อในอิตาลีเชื่อว่าเชลซีจะเป็น ทีม ที่ได้ตัว และ มั่นใจว่าจะมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ปราการหลังทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี ย้ายจากอาแอสโรม่ามาร่วมทีม  เชลซีด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,530 ล้านบาท) พร้อม เซ็น สัญญาระยะยาว 5 ปี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา อันโตนิโอ รือดิเกอร์ปราการหลังจอมแกร่ง กลายมาเป็นแข้งใหม่รายที่สองที่เข้าสู่รั้วสแตมฟอร์ดบริดจ์ ต่อจากวิลลี่

กาบาเยโร่ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนติน่าที่ย้ายมา แบบไม่มีค่าตัวจากแมนเชสเตอร์ซิตี้ย้ายมาซบเชลซีในซัมเมอร์นี้ รือดิเกอร์หลัง เปิด ตัวชูเสื้ออย่างเป็นทางการพร้อมขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวสูงสุดเป็นอันดับที่สองของเชลซี เป็นรองเฟร์นานโด ตอร์เรส.…

ลักษณะพิเศษ

โคตรแนวรุก! สามประสานพังประตูทะลุ 100 ใน 1 ซีซั่น

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าแนวรุกคือหน้าตาและความสำเร็จของฟุตบอลสมัยใหม่  เพราะถ้ายิงไม่ได้ก็คงไม่มีทางชนะใครแน่ๆ ดังนั้นถ้ามีนักเตะแนวรุกสักคนที่ยิงได้เฉลี่ย 20 ประตูต่อซีซั่นก็นับว่าหรูแล้ว แต่ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีสัก 3 คนที่ช่วยกันยิงได้เกิน 100 ลูกล่ะ ทีมจะประสบความสำเร็จหนักมากขนาดไหน

ถ้าคิดไม่ออกเรามีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงมาให้ดูกัน

คริสเตียนโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า, แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด)

สามประสานในแนวรุกของเรอัล  มาดริด อย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า และแกเร็ธ เบล ในซีซั่น 2014/15 ช่วยกันถล่มประตูคู่แข่งไป 100 ลูก แบ่งเป็นคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ 61 ลูก, เบนเซม่า 22 ลูก และเบลอีก 17 ลูก แต่ถึงจะยิงได้เยอะขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่ดีพอต่อการคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน เพราะในซีซั่นเป็นบาร์เซโลน่าที่ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปด้วยจำนวนประตูที่เหนือกว่า

ลีโอเนล เมสซี่, ซามูเอล เอโต้, เธียร์รี่ อองรี (บาร์เซโลน่า)

สามประสานแห่งบาร์เซโลน่าในซีซั่น 2008/09 อย่าง ลีโอเนล  เมสซี่, ซามูเอล เอโต้ และเธียร์รี่ อองรี ช่วยกันยิงประตูไป 100 ลูก แบ่งเป็นเมสซี่ 38 ลูก, เอโต้ 36 ลูก และอองรีอีก 26 ลูก ซึ่งปีนั้นพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน ไปได้อย่างงดงาม

ลีโอเนล เมสซี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เชส ฟาเบรกัส (บาร์เซโลน่า)

ยังคงเป็นสามประสานจากบาร์เซโลน่าที่ยิงกันทะลุร้อย  ซึ่งคราวนี้เป็นคิวของ ลีโอเนล เมสซี่, อเล็กซิส ซานเชซ และเชส ฟาเบรกัส ที่ช่วยกันยิงในซีซั่น 2011/12 ไป 103 ประตู แบ่งเป็นเมสซี่ 73 ประตู ส่วนฟาเบรกัสกับซานเชซยิงไป 15 ประตูเท่ากัน เพียงแต่ปีนั้นยังดีไม่พอต่อการคว้าแชมป์ เพราะเป็นเรอัล มาดริด ที่ยิงไปเยอะกว่าที่ชนะเลิศลาลีกา สเปน

โจนาธาน โซเรียโน่, อลัน คาร์วัลโญ่, ซาดิโอ มาเน่ (เรดบลู ซัลซ์บวร์ก)

สามประสานอย่าง โจนาธาน โซเรียโน่, อลัน คาร์วัลโญ่ และซาดิโอ มาเน่ ช่วยกันยิงให้ เรดบลู ซัลซ์บวร์ก ในซีซั่น 2013/14 ไปทั้งสิ้น 108 ประตู แบ่งเป็นโซเรียโน่ 48 ลูก, มาเน่ 23 ลูก และอลัน 37 ลูก และแน่นอนว่าซีซั่นนั้นพวกเขาได้แชมป์ลีกออสเตรียมาครอง

คริสเตียนโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า, กอนซาโล่ ฮิกัวอิน (เรอัล มาดริด)

สามประสานจากเรอัล มาดริด อย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า และกอนซาโล่ ฮิกัวอิน ในซีซั่น 2011/12 ช่วยกันยิงไปทั้งสิ้น 118 ประตู แบ่งเป็นเบนเซม่า 32 ประตู, โรนัลโด้ 60 ประตู และฮิกัวอิน 26 ประตู ซึ่งปีนั้นพวกเขาเป็นฝ่ายได้แชมป์ลาลีกา สเปน

ลีโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, หลุยซ์ ซัวเรส (บาร์เซโลน่า)

สามประสานยุคใหม่ของบาร์เซโลน่าอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ และหลุยซ์ ซัวเรส คือที่สุดแห่งความน่ากลัว เพราะ 2 ซีซั่นที่ผ่านมา (2014/15, 2015/16) พวกเขาช่วยกันยิงไป 122 กับ 131 ตามลำดับ ซึ่งทุกคนยิง 25 ประตูขึ้นไปอีกต่างหากและเป็น 2 ซีซั่นที่พวกเขาได้แชมป์ลาลีกา สเปน มาทั้งหมด…

ลักษณะพิเศษ

ซิโก้ชี้นักแตะ เริ่มปรับตัวพร้อมลุยแบบสุดเหวี่ยง

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง  ได้นำลูกทีมฝึกซ้อมเป็นเวลา 1 ชั่วโมงในช่วงเช้าของวันที่ 26 มีนาคมเริ่มต้นจะให้นักเตะวิ่ง 3 รอบสนาม เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกายของนักแตะ จากนั้นได้ทำการลงซ้อมแท็กติดต่างๆ โดยให้สื่อมวลชนชาวไทย  สามารถเก็บภาพได้ 15 นาที

หลังเสร็จสิ้นของการฝึกซ้อมช่วงเช้า “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แม่ทัพของ “ช้างศึก” ได้เผยว่า “นักเตะเริ่มที่จะทำการปรับตัวได้ดีขึ้นอย่างมาก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง บอกทุกคนว่าในวันแข่งจริงมีโอกาสที่จะมีฝนตก ผลบอลสด เพราะอย่างวันนี้ก็มีทั้งลม ฝน และความหนาวเย็น โดยมีอุณหภูมิประมาน 2-3 องศาได้ แต่ทางนักเตะทุกคนมีความมุ่งมั่นอย่างมาก เขารู้ว่าการเจอญี่ปุ่นไม่ใช่งานง่ายสำหรับเขาเลย

ในการมาถึงวันนี้ได้เราไม่มีอะไรจะเสีย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คิดว่าถ้าเราแพ้ เราจะแพ้แบบไหน แพ้หมดรูป แพ้แบบสู้เขาไม่ได้ หรือแพ้แบบไม่อยากสู้ แต่ถ้าเราสามารถทำแต้มได้ ก็เป็นประวัติศาสตร์ หรือถ้าได้ถึง 3 แต้ม มันก็ยิ่งใหญ่มาก ดังนั้นทุกคนก็รู้ว่าต้องทำภารกิจให้ดีที่สุดให้ได้

ผู้สื่อข่าวได้ถามแม่ทัพ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือของทีมประเทศไทยว่า การซ้อมขอวันที่สอง ณ ประเทศญี่ปุ่น ทางนักเตะหลายคนมีการเคลื่อนที่หาตำแหน่งตามที่เจ้าตัวคิดไว้ได้หรือไม่ รวมถึงสภาวะความตรึงเครียดนั้นมีมากเพียงใดได้คำตอบว่า

2 วันมานี้นักเตะทุกคนตั้งใจซ้อมดี  มีรอยยิ้ม มีความตั้งใจเข้ามา ฉะนั้นนักเตะไม่สนใจหรอกว่าที่ผลจะเป็นอย่างไร แต่เขาสนใจแค่ว่าลงไปแล้วจะร้อยเปอร์เซนต์หรือไม่

อยากให้แฟนบอลชาวไทย รู้ว่าเวลาที่เราผิดหวังหรือล้มเหลว ฟุตบอลมันก็มีแพ้ มีชนะ มีเสมอ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้เราได้เจอใคร ซึ่งนักเตะทุกคนรู้ว่าถ้าเราไม่ได้ผ่านเข้ามารอบนี้ เราก็จะไม่มีโอกาสได้เจอกับญี่ปุ่น แต่วันนี้เราจะได้เจอกับชุดใหญ่ของพวกเขาที่มีโอกาสไปฟุตบอลโลกหลายครั้งแล้ว ดังนั้นมันเป็นจะประสบการณ์ที่ดีของนักเตะของเรา เราอยากให้เขามีความแข็งแกร่ง เราได้บอกเขาว่าการเจอกับทีมระดับเอเชีย พวกเขามันต้องปรับตัวให้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแท็กติกและสภาพอากาศ ตอนที่เราไปซาอุดิอาระเบียมา เราได้เจออากาศที่ร้อนถึง 43 องศาแต่เราก็ผ่านมาได้ แต่ที่นี่ 3 องศา ทำให้ตัวนักเตะแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เก่งในประเทศของเรา…

คล็อปป์ ไม่พอใจ วู้ดเบิร์น หลังทำไร ไม่ปรึกษากันก่อน

 

เป็นที่กล่าวถึงมากๆในช่วงนี้ สำหรับเด็กหนุ่มไฟแรง นักบอลสังกัด หงส์แดง ลิเวอร์พูล อย่าง เบน วู้ดเบิร์น  ซึ่งหากเราย้อนมาดูอดีตเขาสักนิดจะรู้ว่า วู้ดเบิร์น สร้างชื่อขึ้นมาจากการได้ลงเล่นในอีเอฟแอลคัพ ฤดูกาล 2016–17 หรือลีกคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ในฐานะตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาแทนที่เควิน สจวร์ต ในนาทีที่ 67 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ด้วยการพบกับลีดส์ยูไนเต็ด ที่สนามแอนฟีลด์ โดยวู้ดเบิร์นเป็นผู้ยิงประตูให้กับสโมสรได้ในนาทีที่ 81 นับเป็นประตูที่ 2 ในการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 2-0 ประตู และทำสถิติใหม่คือ เป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูลชุดใหญ่ที่ทำประตูได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุด คือ 17 ปี 45 วัน ทำลายสถิติเดิมที่เป็นของไมเคิล โอเวน ที่ทำไว้ด้วยอายุ 17 ปี 143 วัน โดยหลังการแข่งขันบรรดาผู้สนับสนุนลิเวอร์พูลต่างยกย่องวู้ดเบิร์นให้เป็น ซีดานคนใหม่”

ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดเทรนเนอร์ชาวเยอรมันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกอาการไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักเมื่อได้รู้ข่าวว่า เบน วู้ดเบิร์น มิดฟิลด์อนาคตไกลถูก คริส โคลแมน กุนซือทีมชาติเวลส์ เรียกตัวให้ไปรับใช้นามทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น งานนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่พอใจเนื่องจากว่าทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ออกมากล่าวหลังทราบข่าวนี้ว่า “ผมค่อนข้างจะตกใจเมื่อผมได้รับรู้ข่าวนี้ เนื่องจาก โคลแมน ไม่เคยร่วมงานกับเขา(วู้ดเบิร์น) มาก่อนดังนั้นมันคุ้มที่จะเสี่ยงเรียกเขาติดธงชาติเหรอ? สำหรับผมแล้วผมไม่มั่นใจในเรื่องนี้เลย ตอนนี้เขาอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้นถ้าเกิดเขาได้รับบาดขั้นเจ็บรุนแรงขึ้นมาพวกคุณรับผิดชอบในเรื่องนี้ไหวไหม? ผมไม่ได้จะกั๊กตัวเขาเอาไว้แต่รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ไหมค่อยเรียกเขาติดทีมชาติอีกที”

“ตอนนี้สถานการณ์ของ วู้ดเบิร์น ก็เหมือนกับของผมนั่นแหละก็คือต้องการเวลาและโอกาสในการเรียนรู้และแก้ไขสิ่งต่างๆ ตราบใดที่มิดฟิลด์พุ่งแรงคนนี้มุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาผมเชื่อว่าทุกๆอย่างก็จะออกมาดีเองแหละ เอาจริงๆแล้ว โคลแมน ควรเรียกผมติดทีมชาติแทนน่ะไม่ใช้ไปเรียกไอเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่ไหนไม่รู้มาติดทีมชาติชุดใหญ่” คล็อปป์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ทีมชาติเวลส์ ของ วู้ดเบิร์น จะมีคิวลงเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปในการบุกเมืองดับลินพบกับทีมชาติไอร์แลนด์ ในคืนวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมนี้ ต้องรอลุ้นว่าเจ้าหนูวันเดอร์คิดรายนี้จะไดรับโอกาสลงสนามหรือไม่

 …

แบร์นาโด้ ซิลวา นักเตะชั้นยอดของโมนาโก

 

ซิลวา คือหนึ่งในผลผลิตจากอคาเดมี่ของ เบนฟิก้า แม้เขาจะได้ลงเล่นให้ เหยี่ยวลิสบอนชุดใหญ่ ได้เพียง 3 เกมเท่านั้นก่อนที่ ยาร์ดิม จะลักพาตัวเขามาอยู่กับ โมนาโก ด้วยการยืมตัวพร้อมออพชั่นซื้อขาด 15.75 ล้านยูโร ในอีก 18 เดือนต่อมาด้วยสัญญาจนถึงปี 2019 ชื่อเต็มๆของเขาคือ เเบร์นาร์โด้ โมต้า ไวก้า เด คาร์วัลโญ่ เอ ซิลวา นั่นทำให้บางครั้งชื่อของเขาอาจถูกสะกดผิดไปบ้างตามสไตล์นักเตะที่มีชื่อเป็นภาษาลาติน

เพลย์เมคเกอร์ชาวโปรตุกีสที่เป็นหัวใจสร้างสรรค์เกมให้จ่าฝูงลีกเอิง และได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป ไม่ต้องใช้เวลานานนักกว่าที่ท็อตแนมจะรู้ว่าพวกเขาทำผิดพลาดแบบถึงตาย เพียง 15 นาที ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พวกเขาพบโมนาโก เบร์นาโด้ ซิลวา ก็แผลงฤทธิ์ด้วยการใช้เท้าซ้ายข้างถนัดหลอกล่อ ยาน เฟร์ตองเก้น ก่อนจะยิงผ่านมืออูโก โยริส เสียบตาข่าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนพาทีมจากลีกเอิงทะลุถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประตูดังกล่าวไม่เพียงทำให้การทำการบ้านก่อนเกมของเจ้าถิ่นถูกตั้งคำถามเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำให้เห็นว่ามิดฟิลด์ทางกราบขวารายนี้มีพัฒนาขึ้นกว่าเมื่อฤดูกาลก่อนมากมายเพียงใด จากดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามอง ทุกวันนี้เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในลีกเอิงตลอดฤดูกาล 2016-17 แน่นอนว่า เขาถูกมองข้ามในงานประกาศผลรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม เมื่อเอดินสัน คาวานี ของเปแอสเช เป็นกองหน้าที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำกว่า แต่สำหรับหลายๆ คน มิดฟิลด์วัย 22 ปีเป็นนักเตะที่เหมาะสมสำหรับรางวัลนี้

เบร์นาร์โด้ ซิลวา ไม่ติดหนึ่งในขุนพลทีมชาติโปรตุเกสที่ได้แชมป์ยูโร 2016 แต่นั่นอาจเป็นผลดีต่อตัวเขาในระยะยาว เมื่อเจ้าตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งในฤดูกาลนี้ และเป็นผู้นำพาทีมโมนาโกครองจ่าฝูงของลีกเอิง และใกล้จะคว้าแชมป์เข้าไปทุกที นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับโมนาโกเมื่อซัมเมอร์ปี 2014 เริ่มต้นจากการเป็นนักเตะสัญญายืมตัว ก่อนจะถูกซื้อขาดด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร ซิลวาเป็นนักเตะที่มีความเป็นศิลปินมากกว่าอย่างอื่น ทักษะการเลี้ยงบอลด้วยเท้าซ้ายของเขาได้รับการยอมรับมาโดยตลอด แต่ก่อนหน้านี้เขามักจะขาดประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้าย

อย่างไรก็ดี ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว และเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย จาก 8 ประตู กับ 11 แอสซิสต์ ในฤดูกาลนี้ เขาได้รับการยอมรับให้เป็นตัวอันตรายคนหนึ่งที่ไม่มีทีมใดกล้ามองข้ามเหมือนอย่างที่สเปอร์สเคยทำเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งพวกเขาประมาทความสามารถในการทำประตูของซิลวามากเกินไป…

อาหารต้องห้าม ! กุนซือ EPL ห้ามลูกทีมกิน

 

อาหารแสนจะธรรมดาอย่าง แฮมเบอร์เกอร์, พิซซ่า, ซอสมะเขือเทศ หรือแม้แต่ ไข่ ที่อุดมไปด้วยประโยชน์จากโปรตีน ทั้งหมดเป็นของกินที่คนทั่วไปบริโภค ยกเว้นถ้าคุณเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่เล่นให้สโมสรดังจะกล่าวต่อไปนี้ ที่เทรนเนอร์ในศึกพรีเมียร์ลีกแต่ละคนตั้งกฎระเบียบเกี่ยวกับการเลือกบริโภคอาหารอย่างชัดเจน โดยสั่งห้ามกินแบบเด็ดขาด

  1. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) อาหารต้องห้าม : พิซซ่า ขึ้นชื่อว่าเป็นจังก์ฟู๊ดสัญชาติอิตาลี เราต่างทราบกันดีถึงส่วนประกอบหลักของอาหารชนิดนี้ที่หนักไปที่คาร์โบไฮเดรตจากแป้ง ซึ่งส่งผลเสียน้ำหนักตัวที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ยอดกุนซือชาวสแปนิชของทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ต้องการให้ลูกทีมของตนมีน้ำหนักที่มากเกินไป จึงออกมาตรการเป็นคำสั่งแบน “พิซซ่า” ออกจากเมนูอาหารของทีมเสียเลย เพื่อดูแลโภชนาการของนักเตะทุกคนตามแนวทางที่ถูกต้อง เน้นให้ได้รับประโยชน์จากบริโภคอย่างดีที่สุด
  2. เคลาดิโอ รานิเอรี่ (เลสเตอร์ ซิตี้) อาหารต้องห้าม : เบอร์เกอร์ไก่ กลายเป็นอดีตไปแล้วสำหรับกุนซือเจ้าของฉายา “ทิงเกอร์แมน” เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้พาทัพ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ช็อคโลกซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองเมื่อซีซั่นก่อน หลังจากกระเด็นตกเก้าอี้เซ่นผลงานย่ำแย่ไปเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากย้อนกลับไปดูความสำเร็จฤดูกาลที่แล้ว เบอร์เกอร์ไก่อาจไม่ใช่เคล็ดลับสู่ความยิ่งใหญ่ เพราะบรรดาผู้เล่นในทีมต่างได้กินอาหารชนิดนี้อย่างเอร็ดอร่อยหลังจบเกมเป็นเรื่องปกติ แต่ก่อนที่นายใหญ่ชาวอิตาเลี่ยนจะชะตาขาดถูกปลดพ้นตำแหน่งนั้น เจ้าตัวได้สั่งแบนเอร์เกอร์ไก่ของชอบของลูกทีม และเปลี่ยนมาเป็นเมนูประจำบ้านเกิดของตนเองอย่าง “พาสต้า” แทน ซึ่งก็ไม่แน่ใจถึงเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หรือต้นเหตุที่ทีมฟอร์มตกต่ำจนต้องหนีตกชั้นอาจมาจากรสชาติ “พาสต้า” ถูกปากโค้ชแต่ไม่โดนใจนักเตะก็เป็นได้
  3. เดวิด มอยส์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) อาหารต้องห้าม : เฟร้นช์ฟราย ตอนที่กุนซือชาวสก็อตติช เดวิด มอยส์ ย้ายจาก “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน มาคุมทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ซีซั่น 2013-14 ) เขาสั่งเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของลูกทีมด้วยการห้ามทาน “เฟร้นช์ฟราย” แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เกิดประโยชน์ในภาพรวม เพราะผลงานของยักษ์ใหญ่แห่งแมนเชสเตอร์ก็ไม่ได้ดีตามไปด้วย จนสุดท้าย มอยส์ ก็ถูกปลดจากตำแหน่งในเวลาอันรวดเร็ว

 

  1. อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซน่อล) อาหารต้องห้าม : ช็อคโกแลตแท่ง ทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะพลังหนุ่มอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ย่อมชอบกินขนมขบเคี้ยวและของหวานเป็นปกติ นับตั้งแต่กุนซือเฟร้นช์แมน อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 1995 เขาได้นำสิ่งใหม่ๆเข้ามาในทีมด้วย ที่โดดเด่นคือการห้ามนักเตะดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ รวมไปถึงการห้ามกินช็อคโกแลตแท่งอีกด้วย
  2. 5. เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) อาหารต้องห้าม : ไข่ อย่างที่เราๆทราบกัน ไข่ คืออาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ในมุมมองของกุนซือไฟแรงชาวเยอรมันของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล นามว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่คิดเช่นนั้น เพราะเขาลงทุนจ้างนักโภชนาการมาบริหารจัดการพฤติกรรมการกินของลูกทีม โดยสั่งห้ามนักเตะทุกคนห้ามกินไข่ก่อนแมตช์แข่งขัน เพราะจะทำให้นักเตะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งก็ดูดีมีเหตุผลทางวิชาการอย่างมากเลยทีเดียว

 …

คล็อปป์ ไม่พอใจ วู้ดเบิร์น หลังทำไร ไม่ปรึกษากันก่อน

 

เป็นที่กล่าวถึงมากๆในช่วงนี้ สำหรับเด็กหนุ่มไฟแรง นักบอลสังกัด หงส์แดง ลิเวอร์พูล อย่าง เบน วู้ดเบิร์น  ซึ่งหากเราย้อนมาดูอดีตเขาสักนิดจะรู้ว่า วู้ดเบิร์น สร้างชื่อขึ้นมาจากการได้ลงเล่นในอีเอฟแอลคัพ ฤดูกาล 2016–17 หรือลีกคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ในฐานะตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาแทนที่เควิน สจวร์ต ในนาทีที่ 67 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ด้วยการพบกับลีดส์ยูไนเต็ด ที่สนามแอนฟีลด์ โดยวู้ดเบิร์นเป็นผู้ยิงประตูให้กับสโมสรได้ในนาทีที่ 81 นับเป็นประตูที่ 2 ในการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 2-0 ประตู และทำสถิติใหม่คือ เป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูลชุดใหญ่ที่ทำประตูได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุด คือ 17 ปี 45 วัน ทำลายสถิติเดิมที่เป็นของไมเคิล โอเวน ที่ทำไว้ด้วยอายุ 17 ปี 143 วัน โดยหลังการแข่งขันบรรดาผู้สนับสนุนลิเวอร์พูลต่างยกย่องวู้ดเบิร์นให้เป็น ซีดานคนใหม่”

ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดเทรนเนอร์ชาวเยอรมันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกอาการไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักเมื่อได้รู้ข่าวว่า เบน วู้ดเบิร์น มิดฟิลด์อนาคตไกลถูก คริส โคลแมน กุนซือทีมชาติเวลส์ เรียกตัวให้ไปรับใช้นามทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น งานนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่พอใจเนื่องจากว่าทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ออกมากล่าวหลังทราบข่าวนี้ว่า “ผมค่อนข้างจะตกใจเมื่อผมได้รับรู้ข่าวนี้ เนื่องจาก โคลแมน ไม่เคยร่วมงานกับเขา(วู้ดเบิร์น) มาก่อนดังนั้นมันคุ้มที่จะเสี่ยงเรียกเขาติดธงชาติเหรอ? สำหรับผมแล้วผมไม่มั่นใจในเรื่องนี้เลย ตอนนี้เขาอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้นถ้าเกิดเขาได้รับบาดขั้นเจ็บรุนแรงขึ้นมาพวกคุณรับผิดชอบในเรื่องนี้ไหวไหม? ผมไม่ได้จะกั๊กตัวเขาเอาไว้แต่รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ไหมค่อยเรียกเขาติดทีมชาติอีกที”

“ตอนนี้สถานการณ์ของ วู้ดเบิร์น ก็เหมือนกับของผมนั่นแหละก็คือต้องการเวลาและโอกาสในการเรียนรู้และแก้ไขสิ่งต่างๆ ตราบใดที่มิดฟิลด์พุ่งแรงคนนี้มุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาผมเชื่อว่าทุกๆอย่างก็จะออกมาดีเองแหละ เอาจริงๆแล้ว โคลแมน ควรเรียกผมติดทีมชาติแทนน่ะไม่ใช้ไปเรียกไอเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่ไหนไม่รู้มาติดทีมชาติชุดใหญ่” คล็อปป์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ทีมชาติเวลส์ ของ วู้ดเบิร์น จะมีคิวลงเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปในการบุกเมืองดับลินพบกับทีมชาติไอร์แลนด์ ในคืนวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมนี้ ต้องรอลุ้นว่าเจ้าหนูวันเดอร์คิดรายนี้จะไดรับโอกาสลงสนามหรือไม่

 …

จากสตูล สู่เชียงราย เพราะสิ่งที่รักคือฟุตบอล

 

วลีเด็ดจากบังดอน เราควรทำในสิ่งที่เรารักให้ดี เพราะถ้าในวันที่เราไม่ได้ทำมัน เราจะได้ไม่เสียใจ “บังดอน” ขึ้นชื่อนำหน้าว่า “บัง” คงทราบภูมิลำเนาอย่างแน่นอน ผู้มาจากดินแดนด้ามขวานทองของสยามประเทศ ในวงการฟุตบอลไทยเด็กหนุ่มจากภาตใต้ แจ้งเกิดได้หลายคน และ “บังดอน” เป็นอีกหนึ่งหนุ่ม จาก ท่าแพ จังหวัดสตูล  ที่มีนามเต็มๆว่า “ซากีรีน ตีกาสม”

“บังดอน” เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ ป.4 จนถึง ม.2 ได้มาเรียนที่ โรงเรียนบ้านสาคร จ.สตูล นั่นคือการทำความรู้จักลูกหนัง จากนั้นหันเหเอาดีทางด้านกีฬา โดยได้ไปศึกษาต่อที่ รร.กีฬา ยะลา ถึง 6 ปี และได้โควต้านักกีฬา มาเรียนระดับอุดมศึกษา ที่จังหวัดเชียงใหม่ กับ ม.นอร์ท เชียงใหม่ โค้ชคนแรก คือ ครู ไซนุดี มัสตัน ครูตอนประถม“บังดอน” กล่าวถึงสมัยเด็กๆ ว่า “ตอนผมเรียนประถมผมเล่นตำแหน่งปีกครับ ต่อมามัธยมเล่นกองหลังกับกองหน้า” นี่เป็นคำบอกเล่าสมัยยังละอ่อน

การเริ่มเล่นอาชีพอย่างจริงจังของ “บังดอน” เริ่มจากปี 2009 กับ สตูล ยูไนเต็ด (ดิวิชั่น2) ปี 2010 เชียงใหม่ เอฟซี (ดิวิชั่น2)  ได้แชมป์ภาคกับสโมสร และได้เลื่อนชั้นไปเล่นดิวิชั่น 1 ปี 2011 ย้ายไปลำพูน วอริเออร์ (ดิวิชั่น2) ซึ่งพาทีมเข้าชปล.ได้เช่นกัน ปีถัดมา 2012 เชียงใหม่ เอฟซี (ดิวิชั่น2) และ ปัตตานี เอฟซี (ดิวิชั่น 2) และได้เล่นชปล.อีกครั้ง  ต่อมาปี 2013-14 มีโอกาสโลดแล่นบนลีกสูงสุดเป็นคร้ังแรกในชีวิต ปี 2015 กลับมารับใช้เชียงใหม่ เอฟซี อีกครั้ง ในลีกดิวิชั่น 1 และล่าสุด 2016 ได้เล่นไทยลีกอีกครั้งกับ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่การเล่นอาชีพจริงจัง “บังดอน” เล่นในตำแหน่ง แบ็กขวา แล้วก็เล่นมาจนถึงทุกวันนี้

“ฟุตบอลไทยสมัยใหม่ ต้องคิดเร็วทำเร็วครับ ไม่ง่ายนะครับ เพราะทุกคนมีความสามารถ สำหรับในตำแหน่งแบ็กขวา ผมว่าสไตล์การเล่นต้องเหมือนปีก รับได้ก็ต้องรุกได้ อีกอย่าง การเจอกองหน้าที่มีดีกรี เหนื่อยหน่อยครับ เราต้องอ่านเกมอย่างมาก การอ่านเกมสำคัญครับ”

“เมื่อเสียบอล ต้องรีบแย่งกลับมาให้ได้ และกลับตำแหน่งให้เร็ว อย่างทีมบุรีรัมย์ เขาขยับตัวกันเยอะมาก เราต้องเจอเขาหลายรอบในเกมเดียวกัน ซึ่งเป็นอะไรที่ยาก เล่นด้วยยาก ถือว่างานหนัก”

“บังดอน” ตั้งเป้าการเล่นระดับอาชีพถึงเลข 3x กลางๆ โดยมีการดูแลตัวเองอย่างมืออาชีพ ซึ่งหากสมัยนี้การดูแลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทุกทีมไทยลีกต้องใช้แน่นอน

สุดท้าย “บังดอน” ได้ให้คำแนะนำแก่นักเตะรุ่นน้องทุกคน“อยากให้น้องทุกคนสู้ๆ ครับ เพราะความสำเร็จมันไม่ได้มาง่ายๆนะครับ ถ้าเราไม่พยายามทำมัน และสิ่งสำคัญเราควรทำให้เต็มที่ในหน้าที่ของตัวเอง”

 

 

 

 …

จากแฟรงก์เฟิร์ตสู่แอนฟิลด์

 

การปรับปรุงพัฒนาการเล่นจากระดับเยาวชนสู่ทีมชุดใหญ่

“ไม่มีทางที่เขาจะสามารถเล่นที่นี่ได้ – เขาดีเกินไปสำหรับเรา” ชานพบว่าการเล่นฟุตบอลนั้นง่ายดาย คำพูดข้างต้น เป็นสิ่งที่แม่และพ่อของเขาเป็นผู้กล่าวกับเขา ซึ่งมาจากผู้จัดการทีมคนแรกที่จับตาดูเอ็มเรลงเล่นกับนักเตะในวัยเดียวกัน และแม้ว่าจะมีความเป็นได้ที่เกิดจากอคติของความเป็นพ่อแม่ในการเล่าเรื่องที่ผ่านมาหลายต่อหลายปีแล้ว แต่พรสวรรค์ก็ยังปรากฎให้เห็นได้อย่างชัดเจน “ผู้คนมากมายตระหนักถึง” เขาจำได้ ด้วยความถ่อมตัว “และแล้ว ผมก็ได้เล่นหกปีแรกกับนักเตะที่อายุมากกว่าผมหนึ่งปีเสมอ”

แฟรงก์เฟิร์ตมองเห็นศักยภาพนั้น และสามฤดูกาลกับพวกเขานำไปสู่การย้ายทีมไปยังสโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่างบาเยิร์น ในปี 2009 ภายในหนึ่งทศวรรษที่เดินผ่านประตูสโมสร SV Blau-Gelb ชานได้ถูกบรรจุชื่อลงบนหนังสือของทีมที่อาจจะไปถึงนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ในสามจากสี่ครั้งถัดมา แต่ทว่า… อย่างที่วีถีทางของชีวิตเป็น อุปสรรคก็ปรากฏขึ้นในทันทีทันใด “ช่วงเวลาที่ยากที่สุดสำหรับผม คือ ตอนที่ผมย้ายขึ้นมาจากทีมเยาวชนสู่ทีมสำรองที่บาเยิร์น มิวนิก หนึ่งปีนั้น ผมจำได้ดีว่ามันยากมากๆ มันเป็นก้าวใหญ่ที่เปลี่ยนจากฟุตบอลระดับเด็กๆ สู่ฟุตบอลระดับผู้ใหญ่” “ตอนผมเป็นเด็ก ผมจำได้ว่าผมจับบอล และเลี้ยงผ่านไปได้ 4 หรือ 5 คน แต่เมื่อผมโตขึ้น ผมไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีก ผมต้องตะหนักถึงสิ่งนั้น ที่ผมต้องผ่านบอลมากขึ้น ที่ผมต้องเล่นฟุตบอลให้ฉลาดขึ้น และที่ผมต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย” “แต่ผมก็ทำมันได้ดีหลังผ่านไปหนึ่งปี มันเป็นปีที่ผมได้เรียนรู้มากมาย มันเป็นก้าวสำคัญสำหรับผม และผมรู้ว่าผมต้องดิ้นรนในปีนั้น แต่ผมคิดว่าผมรับมือกับมันได้ดีนะ” ประสบการณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทเรียนเกี่ยวกับความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ได้สอนชาน พิสูจน์ให้เห็นว่ามีประโยชน์ในอนาคตอย่างสมบูรณ์ในที่สุด ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดให้กับลิเวอร์พูล ในช่วงเดือนท้ายๆ ของฤดูกาล 2015-16 นั้นเกิดขึ้นมาจากการที่นักเตะทีมชาติเยอรมนี เล่นฟุตบอลด้วยพละกำลังระดับสูง, กดดันอย่างรวดเร็ว ในระบบของเจอร์เก้น คล็อปป์ เพื่อร่วมชาติและผู้จัดการทีม

ความมั่นใจในตัวเองที่สูงขึ้น เห็นได้อย่างชัดเจนในทุกครั้งที่เอ็มเรได้บอล และเขาคือส่วนหนึ่งในเกมสุดดราม่า ในค่ำคืนสุดอลหม่านในเดือนเมษายน ที่ลิเวอร์พูลกลับมาจากจากตามหลังโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ 3-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศของฟุตบอลยูโรปา ลีก ที่ยากจะลืมเลือน

 

การประสบปัญหาเอ็นข้อเท้าฉีกในค่ำคืนนั้นส่งผลให้เขาไม่ได้ลงเล่นจนถึงเกมนัดที่สองของรอบรองชนะเลิศกับบียาร์ เรอัล เมื่อชานสลัดอาการบาดเจ็บ ขณะที่ทีมของคล็อปป์คว้าตั๋วนัดชิงชนะเลิศที่บาเซิลซึ่งพวกเขาพ่ายแพ้อย่างน่าผิดหวัง แต่การกลับมาอย่างล่าช้าในการฝึกซ้อม ช่วงปรีซีซั่น เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว เพราะต้องมีส่วนร่วมกับรายการยูโร 2016 กับทีมชาติเยอรมนี นั่นหมายถึงเขาเริ่มต้นการแข่งขันบนม้านั่งสำรอง การปะทะที่ไม่ได้น่ากลัวอะไรที่เบอร์ตัน อัลเบียน ในเดือนสิงหาคม มีส่วนทำให้เป็นเช่นนั้น การหายหน้าไปสี่สัปดาห์นั่นหมายถึงการลงตัวจริงแค่ 4 เกม ก่อนถึงเดือนพฤศจิกายน และหมายความว่า โดยส่วนตัว เขาต้องการเวลาที่จะค้นหาฟอร์มการเล่นของเขา…

3 เหตุผลที่อาแจ็กซ์จะคว้าแชมป์ยูโรปาลีก

จากการฟันฝ่าศึกกันมานาน ก็ได้คู่ชิงที่สมน้ำสมเนื้อ ของคู่ชิงถ้วยรอง

 เจ้าแห่งยุโรป “ยูโรปาลีก” โดยจะเป็นการพบกันระหว่างทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ จะชิงแชมป์กับ

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังของฮอลแลนด์ โดยจะแข่งขันกันใน วันพุธที่ 24 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ สนาม เฟรนด์ส อารีน่า กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ “นิวส์วีก” ชื่อว่า เท็ดดี้ คัตเลอร์ได้วิเคราะห์ก่อนเกมส์จะว่า มี 3 เหตุผลที่ทีมดังแห่งฮอลแลนด์จะล้มทีมของ โชเซ่ มูริญโญ่ ได้และคว้าแชมป์ไปครอง โดยให้ 3 ข้อดังนี้

  1. แนวรุก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ กำลังท็อปฟอร์มสุดๆ นับตั้งแต่ที่ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เคยพาทีมอาแจ็กซ์ สามารถเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศในรายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2002-03
  2. หลังจากนั้นก็ยังหาแนวรุกที่ดีมาเทียบเคียงไม่ได้ จนในปีนี้ที่ดูร้อนแรงมาก ถึงกับสามารถเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีกได้ โดยแนวรุก อาแจ็กซ์ นั้น จะประกอบด้วย แคสเปอร์ คอลเบิร์ก กองหน้าดาวรุ่งชาวเดนมาร์ก ที่มีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น แต่โชว์ฟอร์ม เก่งสุดๆ ที่ยิงไปแล้วเกินกว่า 20 ประตู และยังมีปีกอีก 2 ข้าง อามิน ยูเนส
  3. และ เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ที่ยืมตัวมาจาก เซลซี ซึ่งทั้ง 2 คนก็กำลังโชว์ได้ดีมากในฤดูกาลนี้ นอกจากนั้นไม่พอ ยังมีแผงมิดฟิลด์ที่เป็นตัวสร้างสรรค์เกมอย่าง ดาวี คลาสเซ่น และ ฮาคิม ซิเย็ค ที่พร้อมจะสร้างความปั่นป่วนให้กับ นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตลอดเวลา
  4. แผงหลังของปีศาจแดงมีปัญหา โดย โชเซ่ มูรินโญ่ จะไม่สามารถใช้งาน เอริก ไบยี่ ได้ เนื่องจากติดโทษแบน โดยเจ้าตัวถือว่าเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว โดยคาดกันว่า มูรินโญ่ จะใช้บริการของ
  5. ดาเล่ย์ บลินด์ เข้ามาเป็นเซนเตอร์แบ็ก ส่วนอีกคนนั้นจะมีอยู่ 2 คน ระหว่าง ฟิล โจนส์ และ คริส สอลลิ่ง โดยทั้ง 2 คนไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในซีซั่นนี้ได้เลย เนื่องจากการปัญหาการบาดเจ็บเรื้อรัง แถมทัศนคติก็ไม่ถูกกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วย
  6. ปอล ป็อกบา ไม่สามารถคุมเกมส์ไว้ได้ จะว่าเป็น ปอล ป็อกบา ก็เป็นนักเตะระดับโลก ที่มีค่าตัวแพงที่สุดระดับหนึ่งของโลก ณ ตอนนี้ ที่ 89 ล้านปอนด์ จากยูเวนตุส โดยเกมส์รอบชิงนั้น ปอล ป็อกบา ดาวเตะของทีมฝรั่งเศส อาจจะตัดสินเกมส์ได้เลยว่า
  7. ใครจะควบคุมแนวกลางเอาไว้ได้ โดยเจ้าตัวก็สามารถทำได้ 1 ประตูจากเกมส์นัดล่าสุด ที่เจอกับ คริสตัลพาเลท ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ ปอล ป็อกบา มั่นใจขึ้นไม่มากก็น้อย แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้ลงสนาม 2 นัด เพราะว่า คุณพ่อแท้ๆ ของเขาเสียชีวิต ซึ่งเจ้าตัวต้องเรียกฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ ในวันที่ 24 นี้ เพื่อจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสร คว้าแชมป์ ยูโรปาลีก ซึ่งปีศาจแดงยังไม่เคยได้ถ้วยนี้มาก่อนเลย

“หงส์แดง” ฟอร์มเริ่มเข้าฝัก หลังจากผ่านเรื่องของคาริอุส

และเปลี่ยนเป็นมิงโญเลต์แทน ตัวเจ็บมีแดนนี่ อิงก์

 ส่วนคูตินโญ่นั้นต้องรอเช็กความฟิตในนาทีสุดท้าย  เกมรุกนำทัพโด ลัลลานา , เฮนเดอร์สัน และไวนัลดุม จะคอยสนับสนุน แนวรุกทั้ง 3 ได้แก่   มาเน่ ,โอริกี้ และฟีร์มิโน่”เรือใบสีฟ้า” เริ่มตั้งลำได้ตั้งแต่กมที่พวกเขาชนะอาร์เซน่อลได้ 2-1 และพยายามเดินหน้าทำแต้มไล่ตามเชลซีต่อไป ตัวเจ็บมีกอมปานี

และกุนโดกัน แถมตอนนี้ได้แฟร์นานดินโญ กลับมาแล้ว นำทัพเกมรุกโดย สเตอริง , ซิลบา , เดอ บรอยน์ , และเซอร์คิโอ อเกวโร่ หอกเบอร์ 1 ของทีมทรรศนะ :  เกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์ประจำวันสิ้นปีที่ทั้ง 2 ทีมนั้นต้องการ 3 แต้มเพื่อนไล่จ่าฝูงเชลซี รูปเกมนั้นจะเป็นการเปิดเกมรุกเข้าหากันอย่างแน่นอน ไม่ว่า “คูตี้”

จะลงได้หรือไม่ได้นั้นก็ไมได้เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาเท่าไหร่ ดังนั้นโอกาสเสมอแบบสุดมันน่าจะมีสูง”ปืนใหญ่” กลังจากมีช่วงที่ลุ้นแชมป์แต่ตอนนี้กลับมาในที่ที่ตัวเองอยู่คือ อันดับ 3-4 เหมือนเดิมอีกแล้ว ตัวเจ็บอาน อัคปอม,  กาซอร์ล่า, ซาโนโก้ ,  มุสทาฟี และเดอ บุซซี เกมรุกยังใช้ 3 ประสาน เมซุต โอซิล ,ธีโอ วัลค็อตต์ ,

อเล็กซ์ อิโวบี และ อเล็กซิส ซานเชซ เป็นหอกหน้าเป้า”ปราสาทเรือนแก้ว” หลังจากเปลี่ยนแนวมาเล่นต่อบอลดันห่วยซะงั้นทำให้ “พาร์ดิว” ต้องกลับมาเล่นบอลโยนเหมือนเดิม โจนาธาน เบนเตเก้ , ซูอาเร่ , วิคแฮม , ทอมกิ้นส์

และม็องด็องด้า ลงไม่ได้ นำทัพเกมรุกโดยซาฮา, พันเชียน , ทาวน์เซนด์ และ คริสติย็อง เบนเตเก้ทรรศนะ : อาร์เซน่อลต้องมาเจอกับทีมเอาแน่เอานอนอะไรไมได้สักอย่าง แบบคริสตัล พาเลซ แต่คิดแล้วว่าพาร์ดิวเองน่าจะมาเล่นเกมรับมากกว่าแล้วใช้ลูกโยน ที่เป็นทีเด็ดเข้าโจมตี รวมถึง ลูกหนักของเบนเตเก้ ดังนั้น

พวกเขามีสิทธิ์บุกมาสร้าง ได้”ขุนค้อน” เจ้าบ้านฟอร์มไม่คงเส้นคงวาแบบซีซั่นก่อนแถมยังหนักไปทางแพ้จนต้องมาลุ้นหนีตกชั้น วันนี้ จะยังหมดสิทธิ์ใช้บริการ ซาโก, โตเร่ , บายแร่ม , ซาซ่า และอ็อกฟอร์ด เกมรุกยังใช้ ดิมิทรี ปาเยต์ ,มานูเอล ลานซินี่ ,

และ แอนดรูว์ แคร์โรลล์ยืนคํ้า”ปีศาจแดง” ฟอร์ขึ้นมาหลังจากช่วงพฤศจิกายนที่เสมอติดๆ กัน 6 นัดตอนนี้พวกเขายังมีลุ้นพื้นที่ UCL ตัวเจ็บมีเพียงสมองลิ่ง เท่านั้น  เกมรุกแดนกลางได้ ปอล ป็อกบา , ฆวน มาต้า และอ็องโตนี่ มาร์กซิยัล นำทัพ ประสาน

ซลาตัน อิบราฮิโมทั้ง 2 ทีมฟอร์มค่อนข้างต่างกันอย่างชัดเจน เพราะอย่างน้อยๆ “แมนฯ ยูไนเต็ด” ก็มีเกมรับที่ไว้วางใจได้มากกว่าเจ้าบ้านที่บทจะหลุดมันก็รั่วเอาได้ง่ายๆ และเชื่อว่าวันนี้จะเป็นอีกวันที่ลูกทีมของ “อามูมู่” จะเก็บ 3 คะแนนไปได้แบบเฉือนๆ ไม่ยิงขาด…